ข่าวสามมิติ (mix.มั่ว)

posted on 29 Sep 2009 17:43 by minkeymouse

เป็นความคิดเห็นส่วนตัว อ้างอิงจากข้อมูลค่ะ (รายงานส่งอาจารย์)

ไหนๆก้อเขียนแล้ว เลยโพสไว้ซะหน่อย นานๆจะได้เขียนอะไรเป็นวิชาการที่ไม่ถนัด

 

 

บทวิเคราะห์ 

 

ข่าวสามมิติ

 

จากการที่สื่อโทรทัศน์ในปัจจุบันได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้กับรายการข่าว  ดังจะเห็นตัวอย่างได้จากหลายๆรายการ  จากหลากหลายสถานีนั้น  สามารถสะท้อนให้เห็นว่า  ปัจจุบันนี้ประชาชน  หรือคนในสังคมหันมาบริโภคข่าวมากขึ้น  ให้ความสนใจ  และให้ความสำคัญในการติดตามข่าวสารบ้านเมือง  ผ่านช่องทางต่างๆมากขึ้น  โดยเฉพาะทางสื่อโทรทัศน์  รายการข่าวจึงต้องมีการพัฒนาให้น่าสนใจ  ทั้งรูปแบบรายการ  การรายงานข่าว  การวิเคราะห์ข่าว  การเลือกเนื้อหามานำเสนอ  ฯลฯ  หรืออาจเรียกได้ว่า  จำเป็นต้องพัฒนาในทุกๆด้าน  เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค

 

รายการข่าวหลายรายการได้นำเอาเทคโนโลยี  อิมเมอร์ซีฟ  (Immersive  Graphic)  เข้ามาใช้ควบคู่ไปกับการรายงานข่าว  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำเสนอข่าวให้กับรายการมากขึ้น  เทคโนโลยีดังกล่าวนั้นช่วยสร้างภาพกราฟฟิก  หรือภาพเคลื่อนไหวออกมาประกอบความเข้าใจเวลาที่ผู้ประกาศข่าวรายงานข่าว  ทำให้ผู้ชมสามารถเข้าใจความหมายที่ผู้ประกาศข่าวต้องการจะสื่อได้ง่ายขึ้น  และทำให้เข้าใจ  เข้าถึง  เนื้อหาของข่าว  รวมทั้งอารมณ์ของผู้ตกเป็นข่าวได้มากขึ้นในบางสถานการณ์  ซึ่งถือได้ว่าเป็นการรายงานข่าวที่สามารถทำให้ลึกได้ในทุกๆด้าน

 

อีกทั้งเทคโนโลยีนี้ยังสามารถช่วยสร้างสีสันให้กับผู้ชมในการบริโภคข่าวไปในตัว  ตัวอย่างเช่น  ผู้ประกาศข่าวกำลังรายงานข่าวอยู่  ก็มีแพนด้าออกมาวิ่งเล่นไปมาผ่านหน้าจอโทรทัศน์  เหมือนเป็นการสร้างความน่าสนใจ  และอาจพ่วงการดึงเด็กๆให้มาสนใจข่าวได้เป็นของแถม  อย่างนี้คงต้องเรียกว่า  ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว

 

แต่เมื่อมีข้อดีแล้วก็ย่อมจะมีข้อเสียตามมาเป็นเรื่องธรรมดา  การสร้างสีสันที่ได้กล่าวถึงไปนั้น  อาจสามารถดึงดูดให้เด็กสนใจรายการข่าวมากขึ้น  ทั้งที่ไม่ค่อยจะเป็นไปได้  แต่ถ้ามองในแง่ของกลุ่มเป้าหมายในการบริโภคข่าวแล้ว  ใช่เด็กหรือที่สนใจข่าว  น้อยมากที่จะเป็นเช่นนั้น  วัยทำงานและผู้ใหญ่เสียมากกว่าที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มเป้าหมาย  แล้วถ้าถามว่าผู้ใหญ่เขาจะมองอย่างไรกับข่าวในรูปแบบสามมิติ  ใช่ว่าในสังคมจะประกอบไปด้วยผู้ที่เปิดรับสิ่งใหม่ๆได้ทั้งหมด  มันย่อมต้องมีตรงข้าม  ต้องมีผู้ที่ปิดกั้นสิ่งเหล่านี้อยู่ด้วย  เพราะถ้ามองในแง่ของพวกเขาแล้ว  การรายงานข่าว คือการรายงานข่าว  และข่าวไม่ใช่เรื่องน่าสนุก  สิ่งที่สำคัญที่สุดของข่าวคือความน่าเชื่อถือ  ซึ่งนอกเหนือจากเนื้อหาข่าวแล้ว  ภาพลักษณ์ของผู้ประกาศข่าวก็เป็นสิ่งสำคัญต่อความน่าเชื่อถือนั้นอย่างยิ่ง

 

ในอดีตนั้นผู้ประกาศข่าวต้องใส่สูท  แต่งตัวเรียบร้อย  นั่งรายงานข่าวหน้านิ่งเมื่อถึงเวลา  อ่านข่าวไปตามสคริป  ไม่มีการเสนอความคิดเห็นใดๆทั้งสิ้น  ซึ่งบางคนชอบที่จะให้เป็นแบบนั้น  แต่ในปัจจุบันนี้  รายการข่าวต้องมีการวิเคราะห์ข่าวเป็นสำคัญ  หยิบยกประเด็นต่างๆขึ้นมาพูดคุย  ถกเถียงกัน  ให้มันดูมีหลายแง่มุม  ถึงแม้ในหลายๆครั้งจะแฝงการชี้นำและเอนเอียงก็ตาม  ผู้ประกาศข่าวก็ต้องเปลี่ยนแนวการรายงานข่าวไป  ภาพลักษณ์ที่เคยมีก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย  เดี๋ยวนี้ผู้ประกาศข่าวเริ่มผันตัวเองให้มีบทบาทเหมือนนักวิเคราะห์  นักวิจารณ์  หรือพิธีกร  ไปซะหมด  ซึ่งหลายคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า  มันไม่น่าเชื่อถือ  ล้ว  การรายงานข่าว คือการรายงานข่าวเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายัศน์เลือกเนื้อหามานำเสนอ 

 

แต่ถึงแม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมาอย่างนั้น  ก็ไม่มีผลกระทบอะไรกับรายการข่าวสามมิติ  เห็นได้จากเรตติ้งรายการที่พุ่งแข่งกันสูงเป็นประวัติการณ์  เพราะยังไงคนส่วนใหญ่ก็ชอบ  และถือได้ว่าเป็นเป็นการรายงานข่าวรูปแบบใหม่ที่สร้างสรรค์  และเจาะลึกจริงๆ

 

มาดูในด้านการแข่งขันของรายการข่าวสามมิติกันต่อ  จากข้อมูลด้านการแข่งขันในเนื้อหาข้างต้น  เท่าที่อ่านมาก็พอจะสรุปได้ว่า  เหตุผลที่รายการข่าวสามมิตินั้นนำเทคโนโลยีอิมเมอร์ซีฟมาใช้  นอกจากจะเป็นการสร้างสีสัน  และช่วยสร้างความเข้าใจให้ผู้ชมในการรับชมรายการข่าวแล้ว  ที่สำคัญคือเหตุผลทางการตลาด  หรือการเรียกเรตติ้งของแต่ละสถานีนั่นเอง  สังเกตได้จากรายการข่าวในปัจจุบันนี้แทบทุกสถานีจะมีกลยุทธ์ใหม่ๆที่นำมาใช้เรียกความน่าสนใจจากประชาชน  เพื่อเรตติ้งที่พุ่งกระฉูด  อาจถือได้ว่านี่เป็นเหตุผลในเชิงตลาดที่มักไม่ค่อยนำออกมาเสนอเท่าเหตุผลเชิงอุดมคติ  แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม  ยังถือได้ว่าการแข่งขันนี้เป็นสิ่งที่ดี  เพราะยิ่งมีการแข่งขันกันสูงมากขึ้นเท่าไหร่  ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงก็คือผู้ชมรายการนั่นเอง  เพราะทุกสถานีก็ต่างนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดมาให้เราได้เลือกรับ  เลือกเสพกัน  ขอเพียงแค่จะไม่ลืมจริยธรรม  จรรยาบรรณ  ที่จำเป็นต้องมีอยู่ควบคู่ไปกับการแข่งขันเท่านั้น

 

มามองกันต่อในเรื่องของจริยธรรม  จรรยาบรรณ  ในการรายงานหรือนำเสนอข่าว  ประเด็นนี้เป็นที่ถกเถียงกันมาตลอดว่าการวิเคราะห์  การเจาะลึกข่าว  มันเป็นการละเมิดอะไรหรือไม่  มันผิดหรือที่นักข่าวเขาหวังดี  ยกอะไรมาให้ดูเป็นอุทาหรณ์หรือเหตุผลอื่นๆ  ประเด็นนี้ก็คงต้องแล้วแต่กรณี  จะให้มาฟันธงชี้ขาดว่าใครถูกใครผิดคงไม่ได้  ยังไงก็ต้องอยู่ที่วิจารณญาณของแต่ละบุคคล  เพราะต่างคนก็ต่างความคิด  ไม่มีใครทำอะไรพอใจใครได้ทั้งหมด  โดยเฉพาะสื่อเพียงสื่อเดียว  นำเสนอเรื่องเดียว  ผ่านคนๆเดียว  แต่ไม่สามารถนับได้ถ้วนว่ามีผู้ชมทั้งหมดกี่สิบล้านคน  ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เรื่องจริยธรรม  จรรยาบรรณสื่อ  จะเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันได้ไม่จบสิ้น  มีคนว่าถูก  ก็ต้องมีคนว่าผิดเป็นเรื่องธรรมชาติ  ดังตัวอย่างปัญหาที่ยกมาให้ดูในเนื้อหา  มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย  มีทั้งคนชมและคนด่า  สื่อเองก็ควรทำใจในระดับหนึ่งเช่นกัน  เพราะเมื่อทำดีมักไม่มีใครพูดถึง  แต่เมื่อใดเผลอทำไม่ดีขึ้นมา  เมื่อนั้นสังคมประณามทันที  เพราะสื่อมวลชนควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้สังคม

 

 

นางสาวรัตนาวดี  กนกนาค

 

 

 ไม่รู้เหมือนกันว่าวิชานี้จะ F มั้ย เฮอๆ ลุ้นอยู่

 

Comment

Comment:

Tweet

ไม่ F แต่ได้ C มาอ่ะ

#3 By ed hardy (205.209.139.220) on 2010-10-18 14:58

ค่า ขอบคุนค่า

ไม่ F แต่ได้ C มาอ่ะ

อยากจะร้อง T_T

#2 By มิ้งค์ตัวเมีย (61.7.178.174) on 2009-12-08 19:40

ดูดี มีเหตุผลไม่ F หรอก

#1 By News (58.137.21.40) on 2009-11-16 16:30